เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567

สำหรับเทรนด์การออกแบบแบนเนอร์มักจะเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมการรับรู้และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความสนใจความรับรู้ต่อกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่ Conversion ในที่สุด

 

เช่นเดียวกับเทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 จะเน้นที่ความมินิมอล, การใช้สีสันอันโดดเด่นและแบบอักษรที่แสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์, รวมทั้งการนำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์ที่สร้างสรรค์เพื่อดึงดูดความสนใจอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์คืออะไร

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์เป็นการเคลื่อนไหวหรือแนวโน้มในการสร้างสรรค์ภาพหรือกราฟิกที่ใช้ในแบนเนอร์โฆษณาหรือแบนเนอร์ประชาสัมพันธ์ 

 

โดยมักจะเน้นการนำเสนอข้อความหรือแบรนด์ให้โดดเด่น และอาจประกอบไปด้วยการใช้สีสัน ลวดลาย ภาพถ่าย หรือแม้แต่ภาพเคลื่อนไหว โดยจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัฒนธรรม ความนิยม และเทคโนโลยีในแต่ละช่วงเวลา    

 

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์สำคัญอย่างไร

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์มีความสำคัญเพราะช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการอัปเดตตามเทรนด์ล่าสุด แบรนด์สามารถดึงดูดความสนใจ, สร้างความประทับใจที่ดี, และเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมจากผู้ชม ซึ่งสามารถนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและการรับรู้ถึงแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

10 เทรนด์การออกแบบกราฟิกที่น่าจับตามองในปี 2567

ต่อไปนี้คือ 10 เทรนด์การออกแบบกราฟิกที่น่าจับตามองในปี 2567 โดยผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการออกแบบกราฟิกได้ในอนาคต!

 

1. ประเภท 3 มิติและ bubble text:

ในปี 2567, หนึ่งในเทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ที่โดดเด่นคือการใช้งาน "3D type and bubble text" ซึ่งหมายถึงการใช้ตัวอักษรและข้อความที่มีลักษณะสามมิติหรือเหมือนฟองอากาศ 

 

โดยเทคนิคนี้ช่วยเพิ่มมิติและความลึกให้กับการออกแบบ ทำให้ข้อความโดดเด่นและสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีขึ้น การใช้งานตัวอักษรและข้อความแบบ 3D หรือ bubble text นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความน่าสนใจทางภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์และให้ความรู้สึกที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ในการออกแบบแบนเนอร์ของเรา

 

2. Color clashing:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 ที่เกี่ยวข้องกับ 'Color Clashing' นั้นเป็นการนำเสนอสีที่มีความตัดกันอย่างมีชีวิตชีวาและกล้าหาญ โดยการเลือกใช้สีที่ปกติอาจไม่ได้ถูกมองว่าจะเข้ากันได้ดีในด้านการออกแบบ 

 

โดยการปะทะของสีสันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้แบนเนอร์ดึงดูดสายตาได้มากขึ้น แต่ยังส่งสารถึงความกล้าหาญและความสร้างสรรค์ มันท้าทายกฎเกณฑ์แบบเดิมๆ และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ในการผสมผสานสีสัน 

 

เพื่อสร้างผลงานที่มีความโดดเด่นและไม่ซ้ำใคร การใช้เทคนิคนี้สามารถส่งผลให้เกิดแบนเนอร์ที่มีความดึงดูดใจและสามารถสื่อสารอารมณ์หรือข้อความได้อย่างมีประสิทธิภาพ    

 

3. Curve smoothing:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ "Curve Smoothing" ในปี 2567 เน้นไปที่การใช้เส้นโค้งและรูปทรงที่มีความนุ่มนวลและไหลลื่นเพื่อสร้างความรู้สึกที่อ่อนโยนและสงบสุขในการออกแบบ 

 

ซึ่งการใช้เส้นโค้งที่ละเอียดและมีความสมดุลช่วยให้แบนเนอร์ดูมีความเป็นมิตรและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยอาจรวมถึงการใช้รูปทรงที่มีขอบเรียบและเบาบาง การเลือกสีที่อ่อนหวาน และการจัดวางองค์ประกอบที่ให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้เทรนด์นี้เหมาะสำหรับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและส่งเสริมการสื่อสารที่อบอุ่นและเชิญชวน

 

4. ‘70s nostalgia:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ '70s Nostalgia' ในปี 2567 นำกลิ่นอายของยุค 70 กลับมาอีกครั้งผ่านการออกแบบที่มีสีสันสดใส, ลวดลายย้อนยุค, และธีมที่ได้แรงบันดาลใจจากยุคดิสโก้และยุคฮิปปี้ 

 

โดยเทรนด์นี้ใช้ประโยชน์จากโทนสีที่อบอุ่น เช่น ส้มเบิร์นต์, น้ำตาล, และเขียวอโวคาโด, รวมถึงลวดลายแบบไจโอเมทริกและลายดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของยุคนั้น 

 

เทรนด์นี้ไม่เพียงแต่เรียกความทรงจำและอารมณ์ของยุค 70 แต่ยังสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และการเฉลิมฉลองเสรีภาพทางการแสดงออก การออกแบบแบนเนอร์ที่ดึงดูดใจด้วยเทรนด์ '70s Nostalgia' นี้สามารถทำให้แบรนด์โดดเด่นและสร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับผู้ชมได้

 

5. Vintage minimalism:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ "Vintage Minimalism" ในปี 2567 ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความคลาสสิกของยุควินเทจ โดยมีการใช้สีที่อบอุ่นและองค์ประกอบกราฟิกที่เรียบง่าย 

 

โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพของการออกแบบมากกว่าปริมาณ การออกแบบแบบนี้ใช้พื้นที่ว่างอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความรู้สึกที่สงบและมีโครงสร้าง ส่งผลให้เกิดการออกแบบที่สื่อถึงความงามที่ไม่ซ้ำใครของยุควินเทจผ่านมุมมองที่ทันสมัยและไม่ซับซ้อน 

 

ดังนั้น สิ่งนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมได้ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยสร้างบรรยากาศแห่งความคิดถึงและความอบอุ่น    

 

6. Anti-design:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ "Anti-design" ในปี 2567 คือการนำเสนอการออกแบบที่ต่อต้านหรือขัดกับหลักการออกแบบแบบดั้งเดิม โดยเน้นการใช้องค์ประกอบที่ดูเหมือนไม่เข้ากัน 

 

การผสมผสานรูปแบบ สีสัน และตัวอักษรที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เพื่อสร้างผลงานที่ไม่ซ้ำใครและมีความโดดเด่น การออกแบบแบนเนอร์แบบ Anti-design สะท้อนถึงการปฏิเสธมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด และมักนำเสนอในลักษณะที่ดูเหมือนผิดพลาดหรือสับสน 

 

แต่กลับมีเจตนารมณ์และการวางแผนอย่างชัดเจน มันต้องการที่จะท้าทายการรับรู้ของผู้ชมและกระตุ้นให้เกิดการคิดและการสนทนา เทรนด์นี้มุ่งเน้นไปที่การเป็นตัวของตัวเองและการแสดงออกที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดแบบเดิมๆ    

 

7. Abstract gradients and color transitions:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 เรื่อง "Abstract Gradients and Color Transitions" เน้นการใช้สีไล่ระดับและการเปลี่ยนแปลงสีที่ไม่ตายตัวเพื่อสร้างความน่าสนใจและความลึกลับให้กับการออกแบบ 

 

โดยสีไล่จากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่งอย่างละเอียดและมีความลื่นไหล ช่วยให้แบนเนอร์มีความมีมิติและมีชีวิตชีวามากขึ้น การใช้สีไล่แบบนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับการออกแบบเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดสายตาและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม 

 

ดังนั้น การใช้เทคนิคนี้สามารถสร้างบรรยากาศที่หลากหลายได้ ตั้งแต่การรู้สึกที่อบอุ่นและอ่อนโยนไปจนถึงการรู้สึกที่เย็นเฉียบและทันสมัย โดยอาศัยการเลือกใช้สีและการเปลี่ยนผ่านสีที่แม่นยำ    

 

8. Texture:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 เรื่อง "Texture" นั้นเน้นการใช้พื้นผิวหรือเท็กเจอร์เพื่อเพิ่มมิติและความลึกให้กับการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เท็กเจอร์จากธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน หรือผ้า หรือเท็กเจอร์สร้างสรรค์จากศิลปะดิจิทัล 

 

โดยการใช้เท็กเจอร์ช่วยสร้างความรู้สึกที่สัมผัสได้และเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ให้กับการออกแบบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลงใหลในความงามของพื้นผิวและรายละเอียด 

 

นอกจากนี้ การใช้เท็กเจอร์ยังช่วยให้แบนเนอร์มีความโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น โดยสามารถนำมาใช้ร่วมกับเทรนด์การออกแบบอื่นๆ เช่น minimalism หรือ color clashing เพื่อสร้างการออกแบบที่สมดุลและมีความน่าดึงดูดใจ

 

9. Geometry:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 เรื่อง "Geometry" มุ่งเน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตเพื่อสร้างความสมดุล ความสะอาด และความเป็นระเบียบในการออกแบบ การใช้รูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยม 

 

ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้การออกแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังสามารถสื่อความหมายหรือความรู้สึกต่างๆ ได้อีกด้วย การนำเสนอรูปทรงเรขาคณิตอาจเป็นไปในลักษณะที่เรียบง่ายและมินิมอลหรืออาจเป็นการจัดวางองค์ประกอบที่ซับซ้อนและมีมิติมากขึ้น 

 

การใช้สีและเนื้อสัมผัสร่วมกับรูปทรงเรขาคณิตยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับการออกแบบ ทำให้เทรนด์นี้สามารถตอบสนองความต้องการของการออกแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบที่เน้นความสง่างามและคลาสสิกไปจนถึงการออกแบบที่โมเดิร์นและทันสมัย

 

10. Illustration and logo mascots:

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 เรื่อง "Illustration and Logo Mascots" นั้นเน้นการใช้ภาพประกอบและมาสคอตเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างแบรนด์และการสื่อสารกับผู้ชม การใช้มาสคอตหรือภาพประกอบในโลโก้ช่วยเพิ่มบุคลิกและความเป็นมิตรให้กับแบรนด์ ทำให้ง่ายต่อการจดจำและสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้บริโภค

 

มาสคอตสามารถเป็นตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนค่านิยมและสไตล์ของแบรนด์ ซึ่งสามารถปรากฏในแบนเนอร์โฆษณา เว็บไซต์ และวัสดุการตลาดต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดความสนใจของผู้ชม การใช้ภาพประกอบและมาสคอตเป็นเทรนด์ที่เน้นความสร้างสรรค์ แสดงอารมณ์ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้แบรนด์โดดเด่นจากคู่แข่งและสร้างความแตกต่างในตลาดที่แออัดได้

    

 

สรุป

เทรนด์การออกแบบแบนเนอร์ในปี 2567 จะเน้นการผสมผสานระหว่างสีที่ตัดกันอย่างกล้าหาญ, การใช้เส้นโค้งและรูปทรงนุ่มนวล, การหวนคิดถึงยุค 70s, การใช้เท็กเจอร์ที่หลากหลาย, การนำเสนอรูปทรงเรขาคณิต, และการผสมผสานระหว่างภาพประกอบและมาสคอตโลโก้ เพื่อสร้างความโดดเด่นและสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ    



 

 

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ

ข้อมูลจาก: นักเขียนนิรนาม adobe